นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อภิปรายตอบคำถามในสภาผู้แทนราษฎร ในญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล

ยสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

ยืนยันว่าสัญญารถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน และการขยายสัมปทานทางด่วน ไม่ได้มีการเอื้อเอกชน แต่ยึดถือประโยชน์ของประชาชนสูงสุด โดยที่รัฐไม่ได้เสียประโยชน์แต่อย่างไร รวมถึงย้ำถ้าผู้ใดมีข้อสงสัยสามารถไปพบขอข้อมูลกับตนเองได้ที่กระทรวงคมนาคมตลอดเวลา

.

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวว่า จากการอภิปรายของท่านสมาชิกสภาฯ กล่าวหาว่ามีการแก้สัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินว่าให้เอกชนคว้าสัมปทานไปก่อน และค่อยหาประโยชน์เพิ่มด้วยการแก้ไขสัญญา และการขยายสัมปทานทางด่วน ว่าให้สิทธิเอกชนนั้น

.

ขอชี้แจงว่า ท่านผู้อภิปรายมีความพยายามสร้างเรื่องราวบิดเบือนจากข้อเท็จจริงทำให้ผู้ฟังเข้าใจผิดว่า “มีการวางแผนการนี้ล่วงหน้าเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชนคู่สัญญา หรือที่พยายามใช้คำว่า ซุปเปอร์ดีล คือบิดเบือนเอามูลค่าโครงการมาพูดเป็นแสนๆ ล้านจินตนาการลอย จึงขอชี้แจงดังนี้

.

ขอชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวที่อภิปรายมา เกิดขึ้นมาก่อนรัฐบาลนี้เข้ามาบริหารด้วยซ้ำ และสองโครงการนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของ คกก. ชุดต่างๆ ไม่ได้เสนอถึง ครม. จึงยังไม่ถึงมือนายกรัฐมนตรีเลย ดังนั้นการจะให้นายกรัฐมนตรีมาตอบคำถามท่านคงไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผม ในฐานะ รมว.คมนาคม มาตอบชี้แจงและขอย้ำอีกครั้งว่าท่านประธานสภาว่า รัฐบาลยังไม่ได้อนุมัติให้ดำเนินการแต่อย่างใด ซึ่งยังมีอีกหลายขึ้นตอนที่ต้องพิจารณาร่วมกันอีกหลายหน่วยงานรวมถึงอัยการสูงสุดที่ต้องช่วยกันพิจารณา แน่นอนว่ารัฐจะไม่เสียประโยชน์แน่นอน โดยขออนุญาตชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้

.

โครงรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ได้ทำสัญญามาตั้งแต่อดีต โดย ครม.อนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 และลงนามสัญญาร่วมลงทุนเมื่อ 24 ตุลาคม 2562 ก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาบริหารเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567  และเมื่อผมเข้ามาผมก็เข้ามาเร่งแก้ไขปัญหา โดยพบว่า โครงการนี้มีปัญหาด้านสัญญา จึงเข้ามาแก้ให้โครงการนี้เดินหน้าได้ เนื่องจาก

.

1.EEC มีการลงทุนจากเอกชนไปแล้ว 1.8 ล้านล้านบาท หากถอยประเทศจะเสียหาย และสัญญาเกิดขึ้นก่อนโควิด ทำให้มีผลกระทบต่อการลงทุน

.

2.นอกจากโควิด จะถือเป็นเหตุสุดวิสัยตามสัญญาข้อ 28.1 (1)(ฉ) เอกชนไม่สามารถชำระค่าสิทธิแอร์พอร์ตเรลลิ้งก์ จำนวน 10,671 ล้านบาทได้ตามกำหนด เพื่อไม่ให้บริการหยุดชะงัก ครม. จึงมีมติเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564  ให้ รฟท. EEC และเอกชน เข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยด่วน ซึ่ง รฟท.และเอกชนจึงได้ทำ MOU โดยเอกชนต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินรถและบำรุงรักษารับความเสี่ยงทั้งหมด จนปัจจุบันเอกชนขาดทุนสะสมไปแล้ว 500 ล้านบาท 

.

3.เงื่อนไขของสัญญาที่เซ็นกันไว้ก่อนหน้านี้ระบุว่า เอกชนต้องได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ก่อนจึงจะเริ่มก่อสร้าง ดังนั้น เมื่อเอกชนยังไม่ได้รับบัตรส่งเสริมจาก BOI เมื่อบัตรส่งเสริมฯ สิ้นสุดลง จึงเกิดสถานะที่เรียกว่า Dead Lock ของสัญญาขึ้น

.

การแก้ไขปัญหา จึงมี 2 ทางได้แก่ 1.แก้ไขสัญญา หรือ 2. การยกเลิกสัญญาและประมูลใหม่ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบทั้ง 2 ทางเลือกแล้ว การยกเลิกสัญญาและประมูลใหม่เป็นทางเลือกที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย เพราะเป็นเหตุสุดวิสัย อีกทั้งการประมูลใหม่ จะทำให้รัฐเสียหาย เนื่องจากกระทบทางต้นทุน ทำให้โครงการล่าช้าไปอีกอย่างน้อย 3 ปี และส่งผลให้มูลค่าการก่อสร้างสูงขึ้นอย่างมาก และจะกระทบต่อแผนโครงการโครงสร้างพื้นฐานอื่นในพื้นที่ EEC ที่ได้ลงทุนไปแล้วกว่า 1.8 ล้านล้าน

.

นอกจากนี้ การประมูลใหม่ อาจนำไปสู่การฟ้องร้องและข้อพิพาททางกฎหมายที่จะทำให้โครงการหยุดชะงัก และไม่สามารถคาดการณ์ระยะเวลาในการก่อสร้างได้ โดยเฉพาะหากศาลมีคำสั่งให้ใช้วิธีการคุ้มครองชั่วคราว

.

ส่วนแนวทางแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน ที่ท่านกล่าวหาว่ามีการเปลี่ยนแปลงการจ่ายค่างานโยธาให้เอกชน จากเดิมที่จ่ายเมื่อก่อสร้างเสร็จเป็นการจ่ายตามความก้าวหน้าของการก่อสร้าง ซึ่งต้องขอเรียนว่า โครงการนั้นยังเป็นรูปแบบ PPP Net Cost เหมือนเดิม เอกชนยังเป็นผู้รับความเสี่ยงรายได้จากปริมาณผู้โดยสารเหมือนเดิม และรัฐไม่ได้เสียผลประโยชน์แต่อย่างใด โดยจะเห็นว่า

.

1.เอกชน ยังต้องวางหลักประกันเพิ่มเติม 160,000 ล้านบาท เพื่อประกันความสำเร็จของการก่อสร้างและเปิดเดินรถไฟความเร็วสูง

.

2.ที่บอกว่า การแก้ไขสัญญารัฐจะเสียหาย เป็นการช่วยเอกชนให้ลดต้นทุนนั้น ขอเรียนว่า ไม่เป็นความจริง เพราะแนวทางแก้ไขสัญญาคือ รัฐจะจ่ายเงินน้อยลงจาก 149,650 บาทเหลือเพียง 125,932 ล้านบาท เพราะเป็นการจ่ายตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง ทำให้รัฐประหยัดเงินดอกเบี้ยได้ 24,000 บาท

.

นอกจากนี้ การจ่ายตามความก้าวหน้าของการก่อสร้าง เอกชนจะต้องโอนสิทธิความเป็นเจ้าของให้รัฐ เมื่อได้รับเงินร่วมลงทุน ซึ่งจะช่วยให้โครงการนี้มั่นคง หากเอกชนไม่สามารถดำเนินการ รัฐก็สามารถหาเอกชนรายใหม่มาดำเนินการต่อได้ ซึ่งต้องย้ำว่ากระบวนการแก้ไขสัญญานี้ยังไม่เสร็จสิ้น ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบอีกหลายหน่วยงาน ยืนยันรัฐไม่ได้เสียหายและเสียปะรโยชน์

.

สำหรับการขยายสัมปทานทางด่วนตามที่ท่าน สส.ได้อภิปรายกล่าวหา ว่าเป็นการหาเหตุต่อขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนเพื่อเอื้อเอกชน ผมขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง  โดยขอชี้แจงดังนี้

.

เนื่องจากทางด่วนศรีรัช ช่วงพระราม 9 ถึงงามวงศ์วาน เปิดใช้งานมา 40 ปี เดิมออกแบบให้รองรับการจราจรได้ 8-9 แสนคันต่อวัน แต่วันนี้ ปริมาณจราจรเพิ่มเป็น 1.2 ล้านคันต่อวัน โดยเฉพาะช่วงพระราม 9 ถึง งามวงศ์วาน จึงเป็นที่มาว่าทำอย่างไรที่จะแยกรถเดินทางไกลและใกล้ออกจากกัน โดยไม่ต้องเวนคืน

.

โครงการ Double Deck จึงเป็นโครงการต่อเนื่องจากรัฐบาลในอดีต ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2563  ให้ไปศึกษาปัญหาจราจนบนทางด่วนที่วิกฤตและเสนอให้ ครม.ทราบเมื่อ 5 เมษายน 2565 โดยหากโครงการนี้เสร็จ จะลดเวลาการเดินทางจากช่วงงามวงศ์วานถึงถนนพระราม 9 จาก 60 นาทีเหลือ 40 นาที เพิ่มค่าเฉลี่ยเดินทางจาก 20 กิโลเมตรเป็น 27 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประหยัดน้ำมันและเวลาเดินทางคิดเป็นมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี

.

ถ้าไม่สร้างตอนนี้ รอสัมปทานปัจจุบันสิ้นสุดลง ค่อยสร้าง ประชาชนจะเดือนร้อนไปอีกนับ 10 ปี ประเทศชาติจะเสียโอกาส ใครรับผิดชอบ!

.

ส่วนประเด็นการก่อสร้างเป็น Double Deck เป็นรูปแบบวิศวกรรมชั้นสูง ที่มีความสูงกว่า 20 เมตร เหนือทางด่วนศรีรัช เนื่องจากขยายทางด่วนออกด้านข้างไม่ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเวนคืนและกระทบประชาชนให้น้อยที่สุด

.

ส่วนกรณีค่าทางด่วน ลดเหลือ 50 บาทนั้น ก็ตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชนโดยลดจากราคาสูงสุด 90 บาทให้เหลือเพียง 50 บาท

.

ส่วนเรื่องการชี้แจงและเปิดเผยข้อมูลต่อ ป.ป.ช.นั้น  ป.ป.ช.ได้เชิญการทางพิเศษฯ ไปชี้แจงและให้ข้อมูลแล้ว ซึ่ง “ป.ป.ช. ไม่ได้มีการกล่าวหาว่า การเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทานครั้งนี้เป็นการดำเนินการที่มิชอบแต่อย่างใด”

.

ส่วนที่ กมธ.เชิญและขอข้อมูลการทางพิเศษฯ นั้น ทางการพิเศษฯ ก็ได้ชี้แจง กมธ.ทุกครั้งที่เชิญมาและเปิดเผยข้อมูลในส่วนที่เปิดเผยได้ ได้แก่ เหตุผลความจำเป็น รูปแบบการดำเนินการ ผลศึกษาความเหมาะสมและผลการดำเนินงานต่างๆ ในภาพรวมยกเว้นข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการเอกชนที่ได้แจ้งสงวนสิทธิ์ไว้

.

#พรรคเพื่อไทย