บทเรียนที่ต้องรู้ : เราจะต้องเผชิญหน้าโควิด-19 อย่างมีสติอย่างไร

นี่คือสิ่งที่เราทุกคนจะต้องเผชิญเร็วๆนี้ 

เมื่อคุณหรือคนที่คุณรัก เริ่มมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว รู้สึกระคายคอ ไอแห้งๆ ลิ้นไม่สัมผัสรสชาติอาหาร ไม่ได้กลิ่นอาหาร หรือมีอาการหายใจถี่ หรือพยายามหายใจลึกๆให้เต็มปอด

ถ้าคนที่คุณรัก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีความเสี่ยงเช่นผู้มีโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคปอด เริ่มมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที และตัวคุณเองก็ต้องรีบแยกตัวเองออกมาและสังเกตอาการตัวเองทันที

“จริงๆแล้ว คนติดเชื้อโควิด-19 แต่ยังไม่มีอาการรุนแรง สามารถพักรักษาดูอาการที่บ้านได้ ไม่ต้องมาโรงพยาบาลยกเว้นแต่ต้องการรักษาทางการแพทย์ และถ้าคุณต้องมาโรงพยาบาล คุณต้องห้ามเดินทางมาด้วยรถสาธารณะเด็ดขาด ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไปรับคุณที่บ้านเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อในรถโดยสารสาธารณะ” เจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ กล่าว

ตอนนี้คุณพร้อมหรือยังถ้าจะต้องดูแลตัวเองและดูแลปกป้องสมาชิกในครอบครัวของคุณอย่างไรเมื่อคุณต้องอยู่บ้าน

-การเตรียมตัวล่วงหน้า-

ก่อนที่คุณหรือคนในครอบครัวคุณจะป่วย ควรเตรียมเบอร์โทรศัพท์ อีเมล รายการสิ่งของที่จำเป็นส่วนตัวของคุณ ญาติ มีเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินที่จำเป็นของภาครัฐ รวมถึงเบอร์ติดต่อประกันสุขภาพ ประกันภัยของคุณเองและคนที่คุณรัก รวมทั้งสถานพยาบาลที่ใกล้ตัวที่สุด

แรกเริ่มสุด คุณจะต้องรักษาอนามัยส่วนบุคคลให้เคร่งครัด ต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณจะต้องทำเป็นประจำเป็นปกติเพื่อปกป้องตัวคุณและคุณที่คุณรักเพื่อป้องกันไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ 

หลีกเลี่ยงการสัมผัส ใบหน้า จมูก ตา หรือปาก ถ้าคุณไอหรือจามจะต้องปิดด้วยข้อศอก พร้อมกับล้างมือด้วยน้ำอุ่นและสบู่

ตอนล้างมือไปอาจร้องเพลงแฮปปีเบิร์ธเดย์ไปจนจบเพลงจึงค่อยล้างน้ำได้ และถ้าไม่มีน้ำและสบู่ ให้ใช้เจลแอลกอฮอล์70 เปอร์เซนต์ล้างมือและถูให้ทั่ว

คุณต้องหมั่นทำความสะอาดบ้าน อุปกรณ์ทุกชิ้นที่คุณสัมผัสให้สะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดเสมอ โดยเฉพาะห้องน้ำ โต๊ะ เคาน์เตอร์ สวิตซ์ไฟฟ้า อ่างน้ำ ก๊อกน้ำ ที่จับตู้ ลูกบิดประตู โทรศัพท์ แม้กระทั่งคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์

การเว้นระยะห่างทั้งในที่ทำงาน บ้าน และทุกสถานที่ที่เป็นไปได้ จำกัดการพบปะสังสรรค์ ลดการพบเจอโดยไม่จำเป็น

ถ้ามีการสั่งอาหารเดลิเวอรี่หรือกระทั่งออกกำลังกาย จะต้องอยู่ห่างกันอย่างน้อง 6 ฟุตหรือประมาณ 2 เมตร

พ่อแม่ผู้ปกครองควรจะเตรียมพร้อมและทำความเข้าใจกับลูกๆ ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและจะเป็นไปอย่างเข้าใจ 

“พ่อแม่ส่วนใหญ่อาจจะป่วย ดังนั้นเราจะต้องเตรียมอะไรบ้างเช่น การเตรียมตัวกักกันตัวเองอย่างไร ถ้าพ่อแม่ถูกกักกันใครจะต้องดูแลลูกหลาน คุณจะต้องเตรียมและบอกกล่าวให้พร้อมโดยไม่ตระหนกถ้าพ่อหรือแม่สักคนเกิดติดไข้” ดอกเตอร์ แทนยา ออทแมน บรรณาธิการสถาบันกุมารเวชศาสตร์สหรัฐอเมริกา กล่าว

ถ้าเป็นไปได้ จัดห้องนอนห้องนั่งเล่น โดยมีอุปกรณ์จำเป็นเช่นทีวี คอมพิวเตอร์ ไอแพด หนังสือ แม้กระทั่งเกมที่จะช่วยให้คุณทำงานหรือสไกป์เพื่อยังสื่อสารกับครอบครัวได้

-อุปกรณ์จำเป็นพื้นฐานที่ควรจะเตรียมไว้ให้พร้อม

เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ พร้อมอุปกรณ์และวิธีการทำความสะอาด

ยาลดไข้ แก้หวัด

ถุงมือยาง หน้ากาก

ยาประจำตัวที่จำเป็นอย่างน้อย 60-90 วัน

สบู่ และ แอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ 

อุปกรณ์ทำความสะอาดในบ้านประจำวัน อุปกรณ์ทำความสะอาดครัว ถังขยะ 

อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคตามมาตรฐาน แต่คุณก็สามารถใช้น้ำยาฟอกขาวทดแทนได้

-การกักกันตัวเองหรือคนที่คุณรัก

เมื่อคนในครอบครัวได้รับผลยืนยันว่าติดโควิด-19 คนในบ้านควรแยกมาอยู่เพื่อกักตัวเองในห้องต่างหากทันที(ที่มีห้องน้ำต่างหาก)

ถ้าคุณอยู่ลำพังนั้นจะไม่ยาก คุณแค่คอยระวังและดูแลตัวเองให้ไม่เครียด ให้แน่ใจว่าคุณสามารถสั่งอาหาร ยา และมีคนช่วยดูแลและติดตามรู้ข่าวสารของคุณได้ตลอดเวลา

ถ้าคุณอยู่ในครอบครัว คุณต้องแยกกักตัวเองให้ห่างออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีเด็กเล็กหรืออยู่ในสถานที่คับแคบ

ถ้ามีคนสูงอายุอยู่ในบ้าน คุณจะต้องแยกตัวเองไปฝั่งหนึ่งของบ้าน และผู้สูงอายุและเด็กก็ต้องไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งโดยไม่เกี่ยวข้องกัน

ถ้าในครอบครัวมีเด็กที่จะต้องดูแล ต้องตัดสินใจที่จะแยกผู้ใหญ่ออกมาจากเด็ก และหาผู้ใหญ่เข้าไปรับผิดชอบดูแลครอบครัวแทนทันทีและแน่นอนว่ามันยากถึงมากที่สุดกรณีที่เป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว 

ถ้าคุณรู้ว่าเพื่อนบ้านของคุณเป็นโควิด คุณไม่จำเป็นต้องหายไปเลย แต่คุณสามารถช่วยเค้าได้ด้วยการเป็นธุระซื้อหาอาหารไปวางไว้ ไปรับยาหรือสิ่งของจำเป็นแทน เพราะพวกเราคือเพื่อนบ้านกัน

-การป้องกันและการฆ่าเชื้อ

ถ้าคุณป่วย คุณควรใส่หน้ากากไม่ว่าจะไปหาหมอหรือไปโรงพยาบาล

ถ้าคุณไม่สามารถใส่หน้ากากได้เพราะหายใจไม่สะดวก คุณก็ควรที่จะปกป้องตัวเองให้มากที่สุดเพื่อป้องกันการไอหรือหายใจ และให้ทุกคนในครอบครัวทุกคนต้องใส่หน้ากากแม้ว่าจะอยู่ในห้องส่วนตัวของคุณ

-การแยกและการป้องกันสูงสุด

ภายในบ้าน จะต้องมีคนที่แข็งแรงคอยจัดส่งให้กับคนที่กักกันตัวเอง โดยต้องรักษาความสะอาดให้มากสุด ใส่ถุงมือ อุปกรณ์ในครัวต้องสะอาดล้างด้วยน้ำร้อน หรือใช้เครื่องล้างจานและล้างมือทุกครั้ง ไม่ใช้จาน ช้อนส้อม หรือของใช้ร่วมกัน ไม่แบ่งปันผ้าขนหนู ที่นอนร่วมกับคนอื่น และถ้าเอาผ้าปูที่นอนของคนติดเชื้อไปซักต้องไม่เขย่าผ้าปูที่นอนเพราะจะทำให้เชื้อฟุ้งกระจายขึ้นมา

ส่วนถุงมือยางที่สัมผัสการติดเชื้อไม่ควรนำมาใช้ซ้ำแต่ควรทิ้งเปลี่ยนใหม่

ถ้าใช้ถุงมือที่จุดไหน ต้องใช้เฉพาะจุดนั้นๆ ไม่ใส่ถุงมือทำความสะอาดจุดนี้แล้วไปทำจุดอื่นต่อ เพราะจะทำให้เชื้อมีโอกาสแพร่กระจายปนเปื้อน

กระดาษทิชชู่จากผู้ป่วย เมื่อใช้เสร็จควรทิ้งในถุงพลาสติกและลงถังขยะ และเมื่อจะหยิบถุงขยะไปทิ้งก็ควรจะใส่ถุงมือ เมื่อทิ้งขยะเรียบร้อยควรทำความสะอาดถังขยะและถุงมือทุกครั้ง

พยายามให้อากาศภายในบ้านถ่ายเท ด้วยการเปิดหน้าต่างหรือประตู หรือเครื่องปรับอากาศ ทุกคนควรล้างมือบ่อยๆ ทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ทุกคนสัมผัสหรือใช้บ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าลืมทำความสะอาดตู้เย็นหรือไมโครเวฟ

หน้าที่ที่ยากสุดของทุกคนในครอบครัว คือให้ทุกคนอย่าเครียด มีสุขภาพดี มีอาหารที่ดีปลอดภัย ออกกำลังกายสม่ำเสมอและนอนหลับ

-เมื่อไหร่ที่การกักกันตัวเองจะสิ้นสุด

จากข้อมูลที่ได้จากกรณีประเทศจีน พบกว่าช่วงเวลาการฟักตัวของไวรัสอยู่ที่ประมาณ 1-14 วัน โดย 95 เปอร์เซ็นต์จะปรากฏอาการอยู่ประมาณ 12.5 วัน จึงทำให้มาเป็นตัวเลขระยะกักกันตัวเอง 2 สัปดาห์ และแน่นอนว่าทุกคนในครอบครัวที่จะแยกกันอยู่ก็จะต้องใช้จำนวน 14 วันเท่ากัน

เมื่อผ่านพ้นเวลากักตัวแล้ว ถ้าคุณไม่มีอาการหรือหายแล้ว ก็จะต้องทดสอบหาเชื้อไวรัสกันอีกประมาณ 2 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณปลอดภัยแล้วจริงๆ พร้อมกับคำแนะนำปฏิบัติตัวภายหลังการกักตัวเสร็จสิ้น

แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงเวลาที่น่ากังวล แต่เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เราและทุกคนในครอบครัวได้เตรียมพร้อมและจะผ่านเหตุวิกฤตินี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย

เรียบเรียงจาก สำนักข่าว CNN : It’s a scenario all too many of us are facing — or will soon face.