หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เผยฝ่ายค้านเตรียมแนวทางตรวจสอบ “พ.ร.ก.กู้เงิน” หวั่นสร้างความเสียหาย เยียวยาไม่ถึงมือประชาชน “ภูมิธรรม” ชี้ควรเปิดทาง “สภา” อภิปรายเต็มที่ เพื่อความโปร่งใส

20 พฤษภาคม 2563 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงผลการประชุมร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ประชุมปรึกษาหารือกันถึงแนวทางและการตรวจสอบ พ.ร.ก.กู้เงิน ทั้ง 3 ฉบับ แบ่งออกเป็น 3 จุดใหญ่ๆ คือ การเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้านสาธารณสุข การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งเราเห็นด้วยกับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่การออก พ.ร.ก. ในลักษณะที่ไม่มีรายละเอียด ไม่มียุทธศาสตร์ ไม่มีข้อมูลต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ และรวมถึงการตรวจสอบ อาจก่อให้เกิดความเสียหายในอนาคต อีกทั้งเม็ดเงินในส่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของระบบการเงินและความมั่นคงของเศรษฐกิจประเทศ ควรจะมีการตรวจสอบและสอบถามถึงการนำไปใช้ได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ควรจะมีความรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วยเพราะอาจเกิดความเสียหายในอนาคต โดยเฉพาะมาตรการในการดูแลเม็ดเงินที่รัฐบาลได้ดำเนินการโดยได้ตั้งคณะกรรมการมา 1 ชุดนั้นพรรคฝ่ายค้านเป็นห่วงว่าอาจไม่เพียงพอ ดังนั้นในนามพรรคร่วมฝ่ายค้าน จึงเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อตรวจสอบการใช้เงิน ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน ให้ถ่องแท้ อย่างไรก็ตามเมื่อมีการบรรจุวาระของการพิจารณาให้ตั้งคณะกรรมาธิการ อาจจะล่าช้าหรือตั้งไม่ได้ก็อาจจะใช้คณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีอยู่แล้วให้มาดูแลเรื่องนี้ เพื่อตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้นว่าจะเป็นไปด้วยความโปร่งใสหรือไม่


นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า สิ่งที่เราอยากได้ความชัดเจน คือ รายละเอียดของการนำเงินงบประมาณจำนวนมหาศาลไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั่วถึง ครอบคลุม รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และโปร่งใส เพราะฉะนั้นการเปิดสภาครั้งนี้ไม่ควรกำหนดเวลาเพียงแค่ 2-3 วัน แต่ควรเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายพูดคุยกันอย่างเต็มที่ เพราะนี่เป็นการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่ประชาชนต้องเป็นผู้ร่วมรับหนี้ที่รัฐบาลกู้ในครั้งนี้ จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท และไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะเอา พ.ร.ก. มาควบรวมเป็นชุดเดียว ควรพิจารณาแยกกัน เพราะแต่ละฉบับมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน รัฐบาลควรชี้แจงมาตรการต่างๆ โดยละเอียด เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน เราอยากให้รัฐบาลเอาใจใส่กับการใช้งบประมาณให้มาก อย่าให้การใช้เงินเป็นการสร้างปัญหาและเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนบางส่วน หรือเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองให้กลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น และอยากให้รัฐบาลขยายระบบการตรวจสอบให้กว้างมากขึ้น ไม่ใช่ให้คณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้นเองเป็นผู้ตรวจสอบเท่านั้นและควรให้สภามีสิทธิตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเข้าไปเป็นคณะกรรมการด้วย 

ขณะที่ รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านมีความห่วงใยในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านมีความกังวลว่าอาจสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ เพราะสภาที่เป็นผู้แทนของประชาชน ไม่มีโอกาสได้เข้าไปตรวจสอบการใช้จ่ายเงินเลย และอาจจะเป็นช่องทางทำให้การใช้จ่ายเงินทั้งหลายส่อไปในทางไม่สุจริต ไม่ทั่วถึง ไม่ครอบคลุม และเกิดความไม่เป็นธรรมต่างๆ รวมไปถึงเงินก้อนที่จะใช้เพื่อการเยียวยาพี่น้องประชาชน เกษตรกรว่าจะครอบหรือไม่เพียงใด เพราะขณะนี้ ยังมีพี่น้องประชาชนอีกมากที่ไม่ได้รับการเยียวยา ตกสำรวจ ลงทะเบียนไม่ได้ และยังคงค้างอยู่ที่กระทรวงการคลัง ความครอบคลุมจึงเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ รวมทั้งประเด็นเรื่องของการใช้จ่ายเงินเหล่านี้เพื่อประโยชน์ในทางการเมืองหรือเพื่อประโยชน์ของกลุ่มการเมืองเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้ว พ.ร.ก. ได้กำหนดว่าสามารถเอาเงินไปใช้ทำอะไรได้บ้าง แต่สุดท้ายที่เสนอมาท้าย พ.ร.ก. เป็นเพียงรายละเอียดกว้างๆเท่านั้น โดยไม่มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ชัดเจนเลย