เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ชี้ต้องเร่งถอดสลักความขัดแย้ง เรียกร้องทุกฝ่ายร่วมมือแก้ไขรัฐธรรมนูญ สร้างกติกาประชาธิปไตย

14 กันยายน 2563 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับความพยายามให้ข้อมูลป้ายสีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 กันยายนนี้ ว่าแกนนำนักศึกษามีแผนที่จะสร้างความรุนแรง จนกระทั่งไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะการชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมาทั้งนักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สามารถจัดการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สงบ สันติ และอยู่ภายใต้กรอบที่รัฐธรรมนูญทุกประการ ไม่มีสัญญาณใดๆเลย ว่าจะมีการวางแผนสร้างความรุนแรงเพื่อโยนความผิดให้รัฐบาล เหมือนอย่างที่บางฝ่ายเป็นห่วง


“นักศึกษามีมันสมองและตำราเป็นอาวุธ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างสถานการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดขึ้นมา เพื่อนำไปสู่ความรุนแรงแล้วโยนความผิดให้รัฐบาล ในทางตรงกันข้าม หากจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นก็น่าจะมาจากผู้ไม่หวังดีที่ต้องการทำลายความชอบธรรมของการชุมนุมมากกว่า ดังนั้นเจ้าหน้าที่รัฐต้องดูแลการชุมนุมด้วยความมีเมตตาธรรมและปราศจากอคติ เพราะที่ผ่านมาได้เกิดปรากฏการณ์ ข่มขู่ คุกคาม หรือใช้กฎหมายเข้าจับกุม ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กนักเรียนมัธยมด้วยข้อหาที่รุนแรงเกินเหตุ จึงเป็นไปไม่ได้ที่ฝ่ายที่ต้องการความสงบ จะเป็นฝ่ายใช้ความรุนแรงเพราะย่อมไม่เป็นผลดีกับการชุมนุมโดยตรง”


ส่วนกรณีที่ ส.ว. บางคนระบุถึงการเพิ่มญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก 4 ญัตติของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะการตัดอำนาจ ส.ว. ในเรื่องการปฏิรูป รวมทั้งการปิดทางนายกฯคนนอกว่า เป็นการสร้างความขัดแย้งและทำให้ ส.ว. ไม่สนับสนุนนั้น ว่า ท้ายที่สุดแล้ว นักการเมืองทุกฝ่ายจะรับฟังเสียงและความต้องการของประชาชน เพราะสิ่งที่พรรคเพื่อไทยและฝ่ายค้านดำเนินการก็เป็นความพยายามทำให้การเมืองกลับไปสู่ภาวะปกติโดยเร็วและเป็นการสร้างกติกาประชาธิปไตยที่เป็นธรรมและเป็นสากล ไม่ได้ทำเพื่อคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ซึ่งจะทำให้ประเทศไม่ต้องติดหล่มอยู่กับความขัดแย้ง อันเกิดจากกติกาที่ไม่เป็นธรรมเหมือนที่ผ่านมา


“ตอนนี้ประเทศภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ มีวิกฤติทุกด้าน ซึ่งเกิดมาจากความต้องการอยู่ยาวของ พล.อ.ประยุทธ์เอง โดยทุกฝ่ายถือว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งสิ้น ดังนั้น หากทุกฝ่ายเห็นแก่ชาติบ้านเมือง ขอเชิญชวนมาร่วมกันเร่งถอดสลักระเบิด อะไรที่ถอยกันได้หรือมีส่วนช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ก็สามารถมาพูดคุยกันเพื่อหาทางออก แม้ว่าทุกฝ่ายจะมีเงื่อนไขของตัวเองเป็นที่ตั้งก็ตาม โดยเชื่อว่าทุกฝ่ายมีวุฒิภาวะที่จะช่วยกันสร้างกติกาที่ดีได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งอำนาจพิเศษจากการรัฐประหารอีกต่อไป”